ตอนที่ 22: ปราการเหล็กแห่งอาร์กัส และความปรารถนาของโชตะ
สมรภูมิหน้ากำแพงอาร์กัส
เสียงคำรามของสมุนซาตานระดับสูง บดบังทุกเสียงในหมู่บ้านอาร์กัส ผู้คนว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็สั่นกลัวต่อพลังความมืดที่ปะทะกำแพง แต่คืนนี้… หมู่บ้านแห่งการสร้างจะไม่ล้มลงง่ายๆ
โชตะยืนอยู่หน้าเขา ดาบถ่ายพลังส่องแสงสีแดงเข้ม วัตน์ยืนเคียงข้าง ควงมีดคอร์ดาเนียมพร้อมสู้ ดวงตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความเชื่อใจที่ไม่ต้องใช้คำพูด
วัตน์: “พร้อมไหม ไอ้น้อง?”
โชตะ: “มากกว่าเคยเลยครับพี่!”
ศึกที่ยุติด้วยพลังของสองพี่น้อง
โชตะพุ่งทะยานเข้าใส่ศัตรู เปลวไฟ Berserker แผดเผาอากาศรอบตัว แต่ถูกดาบถ่ายพลังดูดซับไว้ครึ่งหนึ่ง ทำให้เขา ยังมีสติครบถ้วน
ฉัวะ!
ดาบฟาดลง- แสงสีดำพุ่งออกจากร่างปีศาจ มันเซถอยหลังด้วยความตกใจ
สมุนซาตาน: “เป็นไปไม่ได้… Berserker ทำไมยังควบคุมตัวเองได้…”
วัตน์เข้าตามน้ำ ขว้างมีดคอร์ดาเนียมใส่รอยปริแตกของปีศาจ เสียงมีดปักลึกดัง ควับ! จากนั้นเขาใช้คริสตัล ดึงพลังปีศาจกลับไปบางส่วน
การต่อสู้ประสานงาน
ปีศาจคำรามสั่นหุบเขา ก่อนจะล้มลงอย่างสมบูรณ์ ทั้งหมู่บ้านอาร์กัสเฮลั่น เสียงตะโกนชื่อโชตะกับวัตน์ดังไปทั่ว
ชาวบ้าน: “โชตะ!! วัตน์!! พวกเขา… ปกป้องเราได้จริงๆ!”
โชตะยิ้มกว้าง หอบหนัก แต่มีความสุขที่สุดในชีวิต วัตน์ยืนข้างเขา ตบไหล่โชตะเบาๆ
วัตน์: “ทำดีมาก ไอ้น้อง”
โชตะ: “พี่ก็ไม่เบานะครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
การสร้างปราการแห่งอาร์กัส
หลังศึกสงบ วัตน์รับหน้าที่สร้าง ปราการป้องกันหมู่บ้าน ทันที เพราะเขารู้ว่า… ศัตรูจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขานำแร่ทั้งห้าชนิด ผสานด้วยศาสตร์ Weapon Sage สร้างเป็น:
กำแพง คอร์-ฟอร์จ
ผสานแบล็คฟอร์ซ + คอร์ดาเนียม ทนแรงกระแทกสูงสุด ดูดพลังมืดได้ส่วนหนึ่ง
หอคอยซิลเวอร์คอร์
ยิงคลื่นพลังบริสุทธิ์ ทำให้สมุนซาตานที่มีพลังระดับคริสตัล เข้าใกล้ไม่ได้
เครื่องกระจายลูเมร่า
สร้างแสงที่รบกวนพลังปีศาจ ทำให้พลัง Berserker ของโชตะไม่ถูกกระตุ้นง่ายๆ
หมู่บ้านอาร์กัสในตอนนี้ แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า จนชาวบ้านเรียกกันว่า… “กำแพงเหล็กแห่งอาร์กัส”
แต่หัวใจโชตะ… ยังมีที่ที่อยากกลับไป
หลังจากทุกอย่างสงบลง โชตะยืนบนกำแพงมองไปทางทิศของทะเลแดง แสงเย็นตกกระทบใบหน้าเขา ดวงตาเริ่มหม่นลงเล็กน้อย ภาพหมู่บ้านสเตลผุดขึ้นมาในหัว ภาพครอบครัว เพื่อนบ้าน ท่านผู้เฒ่าช่างตีดาบ และเสียงกรีดร้องในวันนั้น…
โชตะกำดาบแน่น หลับตา ลมหายใจสั่นเล็กน้อย วัตน์เดินขึ้นมาหาอย่างเงียบๆ แต่รู้ทุกอย่างจากสีหน้าของโชตะ
วัตน์: “…คิดถึงบ้านเหรอ?”
โชตะเงยหน้า พยายามยิ้ม แต่ยิ้มไม่สุด
โชตะ: “ผม… อยากรู้ว่า… พวกเขายังอยู่ดีไหม หรือ… ผมไปช่วยไม่ทันอีกแล้ว…”
วัตน์: “โชตะ… ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง นายต้องได้เห็นมันด้วยตาตัวเอง”
โชตะกำหมัดแน่น น้ำตาคลอ
โชตะ: “พี่วัตน์… ผมอยากขออะไรสักอย่าง…”
ช้าๆ
โชตะ: “ผมอยากให้พี่วัตน์… ช่วยสร้างอาวุธ และเสาพลังงานป้องกันให้หมู่บ้านสเตลเหมือนที่สร้างให้อาร์กัส”
วัตน์ชะงัก ไม่ใช่เพราะไม่เห็นด้วย แต่เพราะ นี่คือคำขอที่สะท้อนหัวใจแท้จริงของโชตะ
โชตะพูดต่อ ด้วยน้ำเสียงสั่นแบบคนคิดถึงบ้าน
โชตะ: “ชาวสเตลไม่มีอะไรป้องกันตัวเลย… พวกเขาแค่ชาวประมง ชาวเก็บแร่… พวกเขาไม่ควรถูกรังแกแบบวันนั้นอีกแล้ว… ผมไม่อยากให้หมู่บ้านของผม… ต้องร้องไห้อีก”
วัตน์มองเด็กตรงหน้า คนที่เคยเจอในสภาพบาดเจ็บหมดสติกลางป่า วันนี้กลับยืนอย่างเข้มแข็ง และคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง เขายิ้มอ่อนๆ แบบที่มีให้ “น้องชายคนนี้เท่านั้น”
วัตน์: “โชตะ… ฉันจะสร้างให้- อาวุธก็จะสร้าง เสาพลังงานก็จะสร้าง ปราการก็จะทำให้แข็งแกร่งกว่าอาร์กัสด้วยซ้ำ”
โชตะตกใจ น้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว
โชตะ: “พี่วัตน์…! ผม-”
ต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แสนอบอุ่น
วัตน์: “เพราะที่นั่นคือบ้านของนาย และถ้ามันสำคัญกับนาย… งั้นมันสำคัญกับพี่ด้วย”
คำสัญญาของพี่ชาย
โชตะ: “…ขอบคุณครับพี่ จากใจจริงๆ…”
วัตน์ยิ้ม ตบไหล่เขาอีกครั้ง
วัตน์: “นี่คือสิ่งที่พี่ชายควรทำ… ไม่ใช่เหรอ?”
จุดเริ่มต้นของภารกิจใหม่
ในเช้าวันรุ่งขึ้น วัตน์เริ่มวางแผนสร้าง: อาวุธพื้นฐานให้ชาวบ้านสเตล, หอพลังเวอร์ชันพกพา, เสาพลังงานลูเมร่าแบบสร้างเร็ว, ปราการเตรียมย้ายไปติดตั้งได้ทันที
ทุกคนในอาร์กัสช่วยกัน เพราะพวกเขารู้ว่า- โชตะคือหนึ่งในครอบครัวของพวกเขาแล้ว และภารกิจใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ: ภารกิจ: ปกป้องสเตล สร้างกำแพงใหม่ให้บ้านเกิดโชตะ