ตอนที่ 3: การเดินทางของไคโต๊ะ

หลังจากที่ชนเผ่าโดโกชนะสงครามกับเหล่าอ๊อค ชาวเผ่าต่างพากันเก็บกวาดซากศพ พร้อมทั้งจัดพิธีไว้อาลัยให้กับผู้ที่จากไป ความเศร้าโศกแผ่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน ท่ามกลางเปลวเพลิงที่เผาซากศพ เหล่าผู้นำชนเผ่ารู้ดีว่าพวกเขาต้องฟื้นฟูเผ่าขึ้นมาใหม่

เอติก้า หลานของท่านผู้เฒ่าโครัส ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำคนใหม่ของชนเผ่า เขาทำตามเจตนารมณ์ของโครัสอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มต้นฟื้นฟูชนเผ่าและนำทุกคนให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน ไคโต๊ะต้องออกเดินทางเพื่อทำตามโชคชะตาของเขา เอติก้าเดินมาหาไคโต๊ะ พร้อมกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ

เอติก้า: “ไคโต๊ะ เจ้าจะต้องออกเดินทางไปในที่ไม่รู้ จงเดินทางตามจิตวิญญาณของเจ้าเพื่อหาเหล่าผู้พิทักษ์เพื่อนของเจ้า ท่านผู้เฒ่าบอกข้าว่า เจ้าจะต้องเอาของสิ่งนี้ติดตัวไป มันจะนำทางเจ้าในวันที่อับจนหนทาง”

เอติก้ายื่นสร้อยคริสตัลให้กับไคโต๊ะ เมื่อไคโต๊ะวางสร้อยลงบนมือ สร้อยนั้นเกิดประกายแสงพุ่งออกมาและละลายหลอมเข้าไปในมือของเขา กลายเป็นเกราะที่ส่องแสงบนหลังมือด้านซ้าย เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย พลังนี้จะเป็นเครื่องนำทางในการเดินทางที่ไม่รู้จบ

ไคโต๊ะจึงเริ่มออกเดินทางเพียงลำพัง ในวัยเพียง ๑๕ ปี เขาท่องผ่านหุบเขา ป่าใหญ่ และแม่น้ำอันไหลแรง เดินทางมานานกว่าครึ่งเดือน จนกระทั่งเขาเดินผ่านป่าหนาทึบออกมา และพบกับชนเผ่าฮาวาร่า

แต่ภาพที่เขาเห็นไม่ใช่หมู่บ้านอันสงบสุข หมู่บ้านของชนเผ่าฮาวาร่ากำลังถูกโจมตีอย่างโหดร้าย เหล่าอ๊อคเข้ามาเข่นฆ่าชาวบ้าน ไคโต๊ะรีบวิ่งตรงเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่คิดชีวิต เขาพุ่งดาบเข้าสู่การต่อสู้อย่างกล้าหาญ แต่ทว่าอ๊อคกลุ่มนี้กลับแข็งแกร่งกว่าที่เขาเคยเผชิญมาก่อน หัวหน้าอ๊อคโจมตีด้วยพลังมหาศาล จนทำให้ไคโต๊ะกระเด็นไปชนกับ เจติ ลูกชายของชนเผ่าฮาวาร่า

เจติเองก็กำลังต่อสู้อย่างสุดชีวิต ทั้งสองมองหน้ากันครู่หนึ่ง และด้วยสัญชาตญาณของมนุษย์ พวกเขาพยักหน้าให้กันราวกับเข้าใจโดยไม่ต้องพูด ยืนหลังพิงกัน พร้อมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อเอาชีวิตรอดจากฝูงอ๊อคที่ถาโถมเข้ามา

ในขณะที่กำลังต่อสู้ ทั้งไคโต๊ะและเจติเริ่มรู้สึกถึงพลังที่ตื่นขึ้นในร่างกาย พวกเขาต่างเพิ่งได้รับพลังแห่งผู้พิทักษ์จักรวาล แต่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ทำให้ทั้งคู่จำกันไม่ได้ แต่สัญชาตญาณบางอย่างทำให้ทั้งสองสนิทใจกันอย่างรวดเร็ว ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่โดยไม่รู้ตัว

ระหว่างการต่อสู้ ความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจของพวกเขา จนกระทั่งทั้งสองถามพร้อมกันว่า

“เจ้า... ทำไมเกราะของเจ้าคล้ายกับข้า?”

ทั้งคู่ต่างมองเกราะของกันและกันแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ "เจ้าคือผู้พิทักษ์จักรวาล!"

ทันใดนั้น ความทรงจำที่ถูกปิดกั้นก็ไหลเวียนกลับเข้ามาในหัวของพวกเขา ภาพแห่งอดีตแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเคยเป็นเพื่อนรักกันในทีมผู้พิทักษ์ สละแม้ชีวิตเพื่อกันและกันได้ ในช่วงเวลานั้น ทั้งคู่ตระหนักได้ว่าพวกเขาเป็นมากกว่าเพื่อนนักรบธรรมดา แต่เป็นผู้พิทักษ์จักรวาลที่มีภารกิจยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหน้า

เจติ คือผู้พิทักษ์นักรบถือดาบยาวทั้งสองข้าง มีความสามารถในการใช้ดาบและพลังแห่งจิตที่แข็งแกร่ง อยู่ในระดับอมตะ เป็นรองเพียงระดับเทพ เพราะที่สวมเป็นเหมือนคริสตัลและบางส่วนเป็นสีทอง มีความแข็งแกร่งตามพลังจิตของเขาในขณะนั้น เมื่อเขาฟื้นฟูพลังคืนได้หมด เกราะของเขาระเบิดดาวทั้งดวงก็ทำร้ายเกราะเขาไม่ได้